หอการค้าฯ เชียงใหม่ชี้เศรษฐกิจ 2562 เชื่อมั่นนักท่องเที่ยวโตก้าวกระโดดแตะ 12 ล้านคน

0
402

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2562  ณ สำนักงานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่   นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่​ ร่วมกับนายสมชาย​ ทองคำ​คูณ​ รองประธาน​หอการค้า​จังหวัด​เชียงใหม่หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่​แถลง ภาวะเศรษฐกิจ​จังหวัด​เชียงใหม่​ไตรมาส​ที่4​ แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2562 ไตรมาสแรกจะเร่งตัว ขึ้นจากปี2561 จากความมั่นใจสถานการณ์ทางการเมืองที่จะมีการเลือกตั้งปลายไตรมาสที่ 1 ที่จะส่งผลด้านความมั่นใจทางการเมืองของนักลงทุนและผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ผนวกกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงปลายปี และการออกมาตรการด้านภาษีที่ให้เกิดการท่องเที่ยว ชี้อนาคตนักท่องเที่ยวเข้าเชียงใหม่จะโตถึง 12 ล้านคนในปี 2562

นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยแนวโน้มเศรษฐกิจเชียงใหม่ภาพรวมในปี 2562 ว่าจะเร่งตัวขึ้นจากปี2561 ตามปัจจัยภาพรวมของประเทศที่จะกระตุ้นจากการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ปลายไตรมาสที่ 1 ส่งผลด้านความมั่นใจทางการเมืองของนักลงทุนและผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ประกอบการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงปลายปีต่อเนื่องต้นปีก่อนการเลือกตั้งทั้งผ่านบัตรสวัสดิการ การออกมาตรการด้านภาษีที่ให้เกิดการท่องเที่ยวเมืองรอง เป็นต้น ก็จะทำให้ประชาชนจะกลับมาใช้จ่าย ลงทุน และบริโภคจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นเศรษฐกิจของเชียงใหม่เองยังต้องพึ่งส่วนของการท่องเที่ยว และการลงทุน ซึ่งคาดว่าในช่วงไฮซีซั่นปีนี้นักท่องเที่ยวจีนจะมีอัตราท่องเที่ยวที่สูงขึ้น ทำให้ต้องปรับรูปแบบการท่องเที่ยวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจีนที่ปรับเปลี่ยนจากกรุ๊ปทัวร์มาเป็นการท่องเที่ยวด้วยตัวเอง หรือ FIT สูงขึ้น

ด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีจำนวนลดลงในปีที่ผ่านมา หอการค้าฯ ได้วิเคราะห์แล้วว่าจำนวนเที่ยวบินไม่ได้ลดลง อีกทั้ง สายการบินประจำที่ทำการบินตรงจากเชียงใหม่ไปยังจีนแผ่นดินใหญ่และเขตปกครองพิเศษของจีนอีก 15 สายการบินใน 14 เส้นทาง 36 เที่ยวบิน/วัน หรือเฉลี่ยวันละ  6,000 คน ก็ยังไม่ลดและยังเพิ่มบินตรงไปยังเมืองปักกิ่งเพิ่มขึ้นของแอร์เอเชีย ซึ่งเดิมมีเส้นทางบินตรงระหว่างประเทศไปยัง ฮ่องกง มาเก๊า ฉางซา หางโจว และหนานชาง​ แต่ที่น่าสนใจคือนักท่องเที่ยวจีนใช้บริการผ่านบริษัททัวร์ลดลงมาก และนักท่องเที่ยวกลุ่มท่องเที่ยวด้วยตนเองแทน (Free and Independent Traveler : FIT) ส่วนนี้หอการค้าฯ  จึงจะได้เสนอให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวปรับตัวด้านสินค้าและบริการที่เชื่อมระบบออนไลน์ กับจีนสูงขึ้นรวมถึงการใช้ระบบชำระเงิน

ส่วนแนวโน้มในปีนี้ คิดว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวจากอินเดียก็จะเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นแล้ว  ร่วมถึงมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียม Visa on Arrival  ทำให้เชื่อมมันว่า สถิตินักท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่มี จะขยายไปถึง 11-12 ล้านคน มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยว 10% หรือมากกว่า 120,000 ล้านบาท ซึ่งในระยะยาว ในปี 2563 มีการประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นถึง 15-20 ล้านคน ซึ่งเชียงใหม่ในอนาคตจำเป็นที่จะต้องกระจายและดึงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศในกลุ่มใหม่เพิ่มทั้งจากตะวันออกกกลาง หรือในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน

หอการค้าฯ ยังให้ความสำคัญกับการนำเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในจังหวัด เนื่องจากมองแนวโน้มในอนาคตอันใกล้ว่ามูลค่าการค้าแบบ E-commerce มีอัตราการเติบโตสูง และขยายตัวเร็วมาก ซึ่งหอการค้าฯ กำลังสร้างฐานข้อมูลด้านนี้ขึ้นมาโดยตรง เพราะเชียงใหม่มีมูลค่าการค้าแบบออนไลน์สูง

นอกจากนั้นการเข้าสู่ระบบสังคมไร้เงินสดก็ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นการรับรู้ให้มากขึ้น เพราะจะลดต้นทุนรวมถึงสะดวกสำหรับผู้ขายด้วย รวมถึงหอการค้าฯ จะได้ผลักดันให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจระบบการส่งออกสินค้าไปยังจีนในระบบ Cross Border  Ecommerce ด้วยที่จะทำให้ลดต้นทุนทางด้านภาษีนอกจากนั้น ยังพบว่ามีสถิติธุรกรรมการนำส่งพัสดุทางไปรษณีย์สูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เมื่อธุรกิจออนไลน์หรือ E-commerce  มีธุรกรรมที่ขยายตัวรวดเร็ว ย่อมหมายความถึงธุรกิจดั้งเดิมที่เป็น off-line ยอดจำหน่ายจะถูกกระทบไปด้วย และจะรุนแรงขึ้นในอนาคต ซึ่งหอการค้าฯ จะได้เร่งกระตุ้นผู้ประกอบการ  รวมถึงสมาชิกหอการค้าฯ ได้ปรับตัวและเข้าสู่ฐานเศรษฐกิจดิจิตอลมากขึ้นในอนาคต ซึ่งเป้าหมายหอการค้าฯ ก็จะผลักดันต่อเนื่องให้เชียงใหม่เป็นเมือง marketplace ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล และการเชื่อมโยงตลาดต่างประเทศต่อไป

“เนื่องจากการบริหารงานของหอการค้าฯ ในสมัยนี้จะหมดวาระในเดือนมีนาคม 2562 ที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 16 มีนาคม 2562 ก็จะได้ประสานงานต่อไปยังประธานและคณะกรรมการชุดใหม่ในการดำเนิน กิจกรรมโครงการที่ส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยจะเสนอให้คงโครงการ ต่อเนื่องได้แก่ โครงการที่หอการค้าฯ ได้นำเสนอและผ่านมติคณะรัฐมนตรีสัญจรแล้วคือโครงการพื้นที่นวัตกรรมเครื่องสำอางภาคเหนือ (Northern Thailand Cosmetic Valley) และโครงการ Cross Border Ecommerce เชื่อมตลาดจีน

นอกจากนั้นคือ โครงการงานแสดงสินค้า เช่น หอการค้าแฟร์ งานแสดงสินค้าชายแดนเพื่อสร้างช่องทางการตลาด กระตุ้นกำลังซื้อในพื้นที่และภาคเหนือ ตลอดจนเป็นเวทีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด โครงการท่องเที่ยวแบบพำนักระยะยาว (Long Stay) ที่จะดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่พำนักระยะยาวเพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่ โครงการท่องเที่ยวฮาลาล (Halal Tourism) เจาะตลาดนักท่องเที่ยวมุสลิม โครงการส่งเสริมด้านการค้า การท่องเที่ยวกับบ้านพี่เมืองน้องกับจังหวัดเชียงใหม่ และหอการค้าฯ โครงการเชียงใหม่สู่ Smart City เป็นต้น นอกจากนั้นก็จะได้เร่งรัดโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ สำคัญของเชียงใหม่ไม่ว่าด้านด้านสนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 การพัฒนาระบบขนส่ง สาธารณะ โครงการมอเตอร์เวย์เชียงใหม่-เชียงราย เป็นต้น”  นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ กล่าวทิ้งท้าย