กสอ. รุกผลักดันกลุ่มธุรกิจSMEs มุ่งยกระดับศักยภาพการตลาดสู่โลกดิจิทัลด้วย e-learning

0
239

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมDIP e-learning for e-commerce หลักสูตร e-commerce ในระบบ e-learning หวังเพิ่มองค์ความรู้และสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs แข่งขันได้ในยุคดิจิทัล  โดยมี นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสากรรม เป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 ณ โรงแรมแคนทารี่ฮิลล์ เชียงใหม่

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า  ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างเห็นได้ชัดซึ่งส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกับตลาดออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากมีความสะดวกสบายและรวดเร็วทันใจมากขึ้นดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อให้ตอบรับกับความต้องการดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการทำตลาดแนวใหม่ โดยเปลี่ยนจากแบบ Offline เป็นตลาด online มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องและทันต่อการแข่งขันของตลาดโลกกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.)เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงจัดกิจกรรม “ระบบการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DIP e-learning for e-commerce) หลักสูตร e-commerce ในระบบ  e-learning”ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการเพิ่มยอดขายด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้กับ SMEs โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ตรงในการดำเนินธุรกิจด้าน e-commerce ซึ่งจะมุ่งเน้นให้SMEs ทุกสาขาอุตสาหกรรมรวมถึง 5 อุตสาหกรรมเป้าหมายเดิม และ 5 อุตสาหกรรมอนาคต  (New S-curve)ซึ่งผู้ผ่านระบบเรียนรู้ทางอิเล็กทรอนิกส์และจบการอบรมสามารถผ่านการทดสอบการวัดองค์ความรู้ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สามารถนำความรู้ที่ได้ไปช่วยในการเพิ่มยอดขายไม่น้อยกว่าร้อยละ10และผู้เข้าร่วมเรียนรู้ผ่านระบบ e-learningประเมินความพึงพอใจโดยรวมได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ส่วนที่ปรึกษาประมวลผลข้อมูลผู้เข้าร่วมเรียนรู้ด้วยแบบประเมิน (Self-Assessment) ที่สามารถนำผลที่ได้มาเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ต่อไป

ที่ผ่านมา กสอ. ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เพิ่มศักยภาพทางการตลาดผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละปีสามารถฝึกอบรมให้ SMEs ไม่น้อยกว่า 5,000 คนต่อปี แต่ยังนับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวน SMEs ไทย ทั้งภาคการค้า บริการและการผลิตที่มีอยู่กว่า 3 ล้านคน จึงจำเป็นต้องหาเครื่องมือที่จะช่วยให้ SMEs สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ซึ่งช่วยเพิ่มจำนวน SMEs ให้มากขึ้นในการเข้าถึงองค์ความรู้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และเพิ่มศักยภาพทางการตลาดได้เพิ่มมากขึ้นด้วย โดย “ระบบ e-learning” ดังกล่าวจะเป็นเสมือนศูนย์กลางการเรียนรู้อย่างเป็นระบบของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายที่เป็นระบบทันสมัย และมีมาตรฐานการยอมรับในระดับสากล มีเนื้อหาครอบคลุมองค์ความรู้ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับการเพิ่มศักยภาพทางการตลาดของ SMEs ในรูปแบบการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยอาศัยเทคโนโลยีของเว็บในการถ่ายทอดเนื้อหา

สำหรับกลุ่มเป้าหมายนั้นจะเน้นกลุ่มSMEs ทุกสาขาอุตสาหกรรมรวมถึง 5 อุตสาหกรรมเป้าหมายเดิม ได้แก่1.อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-curve) 2.อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next-Generation Automotive) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) 3.อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Affluent, Medical and Wellness Tourism) 4.อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ (Agriculture and Biotechnology) และ 5.อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (Food for the Future) นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับ 5 อุตสาหกรรมอนาคต  (New S-curve) ได้แก่1.หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม (Robotics)2.อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics) 3.อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Biochemicals) 4.อุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital) และ5.อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub)

ทั้งนี้ กสอ.จะเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนโดยการเร่งผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการและธุรกิจรูปแบบใหม่อย่างจริงจัง รวมถึงสร้างโอกาสและส่งเสริมกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อผลักดันให้กลายเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาเศรษฐกิจ อันจะส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่อไป.