สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เตือนประชาชนดูแลสุขภาพช่วงอากาศแปรปรวน

0
215

นางวิภารัศมิ์ ทิพย์ปัญญา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เตือนประชาชนดูแลสุขภาพช่วงอากาศแปรปรวน ร้อนจัดสลับกับมีพายุลมแรง ฝนตกในหลายพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จะมีแนวโน้มการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกสูงขึ้น ในปีที่ผ่านมาจังหวัดเชียงใหม่ พบผู้ป่วยไข้เลือดออกสูงถึง 1,542 ราย สำหรับรายงานตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 27 เมษายน 2562 จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 133 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต ผู้ป่วยส่วนใหญ่ พบที่อำเภอเมือง อำเภอฮอด และอำเภอหางดง ตามลําดับ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เร่งประชาสัมพันธ์ รณรงค์ให้ประชาชน กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้าน โรงเรียน วัด ศาสนสถาน ซึ่งเป็นวิธีการป้องกันไข้เลือดออกได้ดีที่สุด ใช้มาตรการ
“3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ 1. เก็บบ้านให้สะอาด โปร่ง โล่ง ไม่ให้มีมุมอับทึบ เป็นที่เกาะพักของยุง
2. เก็บขยะ เศษภาชนะรอบบ้าน ทำต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้ง ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุง และ 3. เก็บน้ำ สำรวจภาชนะใส่น้ำ ต้องปิดฝาให้มิดชิดหรือปล่อยลูกปลากินน้ำ ป้องกันยุงลายไปวางไข่ เพื่อป้องกัน 3 โรค
คือ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย
ทั้งนี้นางวิภารัศมิ์ ได้เน้นย้ำในช่วงที่อุณหภูมิความร้อนยังพุ่งสูง เตือน 6 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ 1. ผู้ที่ทำงานอยู่กลางแดด เช่น ทหารที่เข้ารับการฝึกใหม่และผู้ที่ออกกำลังกายกลางแดด 2.เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบและผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี เท่าคนหนุ่มสาว 3.ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งมีปัญหาการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดเดิมอยู่แล้ว 4.คนอ้วน 5.ผู้ที่อดนอนโดยร่างกายของคนอ้วนและ
ผู้ที่อดนอนจะตอบสนองต่อความร้อนที่ได้รับช้ากว่าปกติ โดยเฉพาะในคนอ้วนจะมีไขมันใต้ผิวหนังมาก ไขมันจะเป็นฉนวนกันความร้อน ร่างกายจะสามารถเก็บความร้อนได้ดี และระบายความร้อนออกได้น้อยกว่า
คนทั่วไป จึงเกิดปัญหาได้ง่าย และ 6.ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดฝอยที่อยู่บริเวณใต้ผิวหนังขยายตัวได้มากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่สูงกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม ขณะเดียวกันในสภาพอากาศที่ร้อนจัด แอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้รวดเร็ว และออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วและแรงขึ้น มีผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจทำงานต้องหนักเพื่อสูบฉีดเลือด
ไปเลี้ยงร่างกาย อาจทำให้ช็อก และเสียชีวิตได้
สำหรับคำแนะนำให้ประชาชนในการป้องกันการเกิดโรคลมร้อน ทำได้โดยมีการใส่ใจถึงสภาพแวดล้อมอุณหภูมิ ความชื้นรอบตัว ไม่ออกกำลังกายหรือทำงานกลางแดดเป็นเวลานาน ลดทำกิจกรรม
ที่ต้องออกแรงกลางแจ้ง ปรับสภาพร่างกายให้สามารถทำกิจกรรมในสภาพอากาศที่ร้อนได้อย่างเหมาะสม สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน ไม่หนา ระบายความร้อนได้ดี หากเป็นไปได้ควรอยู่ภายในบ้าน เช่น ใต้ถุนบ้าน หรือ
อยู่ใต้ร่มไม้ สวมแว่นกันแดด สวมหมวกปีกกว้าง ควรดื่มน้ำมากกว่าปกติ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ผู้ที่มีโรคประจำตัวหากมีอาการผิดปกติ เช่น วิงเวียนปวดศีรษะ ใจสั่น ขอให้พบแพทย์หรือไปรับการรักษาที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ตลอด 24 ชั่วโมง