ชาวพุทธและชาวคริสต์ จัดพิธีบวชป่าคืนสู่ธรรมชาติ เป็นแห่งเดียวที่ไม่มีไฟป่ามากล้ำกราย

0
173

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 26 ก.พ.นี้ นายสุทิน จันทร์งาม นายอำเภอจอมทอง จ.เชียงใหม่ ได้มอบหมายให้ นายจิรพล สนธิคุณ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานเปิดกิจกรรมการบวชป่าคืนสู่ธรรมชาติ ห้วยหลวง พื้นที่หมู่ที่่ 23 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำบริเวณน้ำตกแม่ยะ ที่มีชื่อเสียงของ อ.จอมทอง โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยคณะกรรมการเครือข่ายลุ่มน้ำแม่ยะ – แม่ปอน (พื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์) ซึ่งได้จัดให้มีกิจกรรมการบวชป่า ตามความเชื่อของชุมชนปกากญอ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำ เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักให้กับคนในชุมชน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรเอกชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

ซึ่งในกิจกรรมในครั้งนี้ได้มีการทำพิธีทางศาสนา ซึ่งเป็นลักษณะการทำกิจกรรมศาสนสัมพันธ์ของศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์ รวมทั้งความเชื่อทางจิตวิญญาณของพี่น้องชนเผ่า ปกาเกอะญอ โดยมิได้มีการแบ่งแยก เพื่อมีวัตถุประสงค์เดียวกันคือการปกป้อง และรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามเจตนาของเครือข่าย ฯ และชุมชนที่ได้ตั้งไว้ โดยมีพระครูปลัดเกรียงไกร ฯ เจ้าสำนักศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดสันดินแดน , พระกิตติชัย กิตติชโย เจ้าอาวาสวัดเชิงดอยตาดมืน , บาทหลวงพิทักษ์ และบาทหลวงจีรภัทรและฝ่ายทหารนำโดยร.ต.ทนงสิทธิ์ บุญตัน หัวหน้าชุดปฎิบัติการมวลชน อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ สังกัด ร้อย.รส.ที่ 2 (ป.พัน.7 พล.ร.7) และประชาชนในพื้นที่ชุมชนเครือข่ายลุ่มน้ำแม่ยะ – แม่ปอน และนักศึกษา นักท่องเที่ยวจากประเทศญี่ปุ่น เข้ารวมกิจกรรม จำนวน 100 คน และพื้นที่การบวชป่าจำนวน 500 ไร่

โดยในพิธีทางพุทธศาสนาและศริสต์ศาสนา และผู้นำทางจิตวิญญาณชนเผ่าปกาเกอะญอเพื่อเป็นกุศโลบายในการช่วยดูแลรักษาพื้นที่ป่าของชุมชนไม่ให้เข้าไปตัดไม้ทำลายป่า และเผาป่าในพื้นที่ของป่าชุมชน เป็นประเพณีที่งดงามสืบทอดกันยาวนานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2525และ พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่เดียวที่ไม่เคยเกิดไฟป่าขึ้นมาเลย และเป็นพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์มีสัตว์ป่าเข้ามาอาศัยอยู่จำนวนมาก


ร.ต.ทนงสิทธิ์ บุญตัน หัวหน้าชุดปฎิบัติการมวลชน อ.จอมทอง ได้เผยว่า แต่เดิมเท่าที่ได้ทราบมาว่าในพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ของชนเผ่าปกาเกอะญอ หรือชาวกระเหรี่ยง ที่นับถือทั้งศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และความเชื่อของชนเผ่าทางจิตวิญญาณ แต่เดิมก่อนปี พ.ศ.2525 ก็เป็นพิธีการสาปแช่งผู้บุกรุกทำลายป่าไม้ ต่อมาก็กลายมาเป็นพิธีบวชป่าคืนสู่ธรรมชาติ โดยจะทำร่วมกันทั้งสามศาสนาในพื้นเดียวกัน ทำให้บริเวณแห่งนี้ไม่เคยเกิดไฟป่าขึ้นเลย และพื้นที่ป่ายังมีความอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่านานาชนิดไม่ว่าจะเป็นค่าง ชนี ลิง รวมทั้งสัตว์หายากอย่างกระรอกบิน ยังมาอาศัยอยู่ โดยพิธีในวันนี้ ได้มีนักศึกษาชาวญี่ปุ่น ที่เดินทางมาทัศนศึกษา ได้เข้าร่วมพิธีอยู่และยังมีความแปลกใจที่เห็นการอยู่ร่วมและการทำพิธีร่วมกันของศาสนาพุทธ โดยพระสงฆ์ และศาสนาคริตส์โดยบาดหลวง และผู้นำทางจิตวิญญาณชาวปกาเกอะญอมาร่วมพิธีบวชป่าร่วมกันเพื่อดูแลรักษาป่าที่สมบูรณ์แห่งนี้