พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ขึ้นเหนือ ปฏิบัติการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่”ยึดทรัพย์กลุ่มลิสซิ่งขี้โกงหลายร้อนล้านบาท

0
356

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 23 ก.พ.นี้ ที่ห้องประชุมพระพุทธประทานยศบารมีตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. , พร้อมด้วยเจ้าที่ฝ่ายปกครอง, สำนักงานป้องกันและปราบรามการฟอกเงิน และหน่วยทหารในพื้นที่ ร่วมแถลงข่าวผลการดำเนินการตามปฏิบัติการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่ ครั้งที่ 30” ตรวจค้น 10 จังหวัด จำนวน 55 เครือข่าย 82 จุดในพื้นที่ บช.น., ภ.2,ภ.4 และ ภ.5 โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับจำนวน 14 คน พร้อมยึดของกลางรวมมูลค่าทั้งสิ้น 972.9 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงก่อนการแถลงข่าว ได้มีกลุ่มตัวแทนชาวบ้านจากหลายอำเภอในเชียงใหม่ได้เดินทางมารอพบกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.ตม พร้อมมอบดอกไม้เพื่อแสดงความขอบคุณที่ได้ช่วยเหลือชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อในครั้้งนี้


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ได้เผยว่าตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชน เป็นวาระแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง ดำเนินการภายใต้ยุทธการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่”ครั้งที่ 30 ปิดล้อมตรวจค้นยึด/อายัดทรัพย์สินของกลุ่มนายทุนเงินกู้ ผู้ต้องหา ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำปาง, ลำพูน, พะเยา, แพร่, น่าน, แม่ฮ่องสอน, และ อุดรธานี รวม 55 เครือข่าย 82 จุด โดยผลการปฏิบัติ สรุปได้ดังนี้1.จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 14 คน ประกอบด้วย นายวรรษา เจนติยานุรักษ์, นายวินัย สิงห์เผือก นายธัญยบูรณ์ หอมกลิ่น, นายนิรุต กมลมาลย์, นายอิทธิพัทธ์ สังข์ทอง, นายทวีหรือหมี คำเสียง, นายหัสชัย โพนปลัด,นายวุฒินันท์ ขอเหนี่ยวกลาง, นายชุติเทพ สุโพธิ์, นายเจษฎา ศรีสกุล, น.ส.วลัยพร ประสพ ในข้อหา “อั้งยี่และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” และนางพัชริน แต้กุล, นายณัฐพล อยู่สำราญ นายพีระ ปฏิกรณ์ ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันเป็นการอำพรางให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ยึด/อายัดทรัพย์สิน ผู้ต้องหา มูลค่า 754.9 ล้านบาท ประกอบด้วย อาคารพาณิชย์ จำนวน 4 หลัง,อาคารขนาดใหญ่ จำนวน 3 หลัง, โรงแรม จำนวน 4 แห่ง, บริษัท จำนวน 2 แห่ง, ร้านอาหารและร้านกาแฟ จำนวน 2 แห่ง,ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 1 แปลง, รถยนต์ จำนวน 25 คัน,ตรวจยึดโฉนดที่ดิน จำนวน 197 ฉบับ เนื้อที่ 220 ไร่ มูลค่า 218 ล้านบาทพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องทางคดีอีกหลายรายการรวมมูลค่าทั้งสิ้น 972.9 ล้านบาท

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.ได้เผยว่าในการตรวจยึดครั้งนี้ เนื่องจากภาคเหนือมีปัญหาในเรื่องลิสซิ่งหลายแห่งที่ไม่มีการขออนุญาติจากกระทรวงการคลังหรือที่ขออนุญาตแต่ทำผิดเงื่อนไขเอารัดเอาเปรียบประชาชนในวันนี้ต้องบอกว่ารัฐบาลปัจจุบันเน้นหนักในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งในวันนี้ประชาชนในภาคเหนือยังไม่ออกมามากยังน้อยอยู่เพราะอาจจะไม่เชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐดังนั้นในพื้นที่ภาคเหนือจะมีการดำเนินการใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น ปปง.จะใช้มาตรการในการยึดทรัพย์ในมาตการครั้งนี้ โดยจะมีการขยายผลในการจัดการกับลิสซิ่งต่างๆที่นำที่ดินชาวบ้านไปอย่างไม่เป็นธรรม

ซึ่งขอใช้ชาวบ้านมั่นใจในการทำงานของตำรวจมีอะไรให้ออกมาบอก ในภาคเหนือบริษัทลิสซิ่งหลายบริษัทเอาโฉนดที่ดินของชาวบ้านไปแอบซ่อนไว้จำนวนมากหากชาวบ้านไม่มาบอกทางเราจะไม่ทราบ จึงขอความร่วมมือทางตำรวจจะจับกุมทุกราย โดยในพื้นที่เชียงใหม่เราจับกุมนายทุนไปทั้งหมด 4 เครือข่าย ยึดทรัพย์ในเฉพาะพื้นที่เชียงใหม่ยึดทรัพย์ ยึดโฉนดที่ดินไปทั้งหมด 136 ไร่ ใน จ.แพร่ เราดำเนินการยึดโฉนดที่ดิน มูลค่า 51 ล้านบาท พื้นที่ลำปาง ลำพูนยึดทรัพย์ต่างๆรวมแล้วมูลค่า 30 กว่าล้านบาท ในวันนี้ทางเราได้บูรณาการกำลังร่วมกันหลายฝ่ายจึงฝากผู้เสียหายมาแจ้ง บริษัทลิสซิ่งทั้งหมดจะมีการตรวจสอบทุกราย วันนี้มีลิสซิ่งในภาคเหนือเยอะมากที่เอารัดเอาเปรียบชาวบ้านเราจะไล่ดำเนินการทั้งหมด ทั้งดอกเบี้ยและการข่มขู่ ฉ้อฉนกลโกงชาวบ้านมาอย่างยาวนาน ต้องปล่อยให้ประชาชนต่อสู้อย่างเดียวดายมายาวนาน ประชาชนต้องพ่ายแพ้ล้มแล้วล้มอีก วันนี้ต้องขอบอกว่ารัฐบาลปัจจุบันจะไม่ปล่อยให้พวกท่านอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป เราจะนำที่ดินเหล่านี้กลับมาคืนสู่มือท่านโดยเร็ว