หนึ่งเดียวในโลก มหัศจรรย์พระเจดีย์สามชัยหรือเจดีย์สามครูบาที่ดอยเต่า

0
435

ระหว่างวันที่ 7-8 กุมภาพันธุ์ 2562 ที่ผ่านมา วัดพระพุทธบาทตะเมาะ ต.โปงทุ่ง อ. ดอยเต่า จ. เชียงใหม่ มีการทำบุญปอยหลวงฉลองพระเจดีย์สามชัย หรือเจดีย์สามครูบา ที่ใช้เวลาก่อสร้าง 30 ปี 8 เดือน สร้างด้วยหินทรายขนาดใหญ่ สูง 19 เมตร เป็นปราสาทหินที่ประยุกต์ศิลปะล้านนา ศิลปะไทยและอินเดียเข้าด้วยกัน ทั้งภายนอกและภายในเจดีย์มีการแกะสลักหินแบบนูนสูงเป็นรูปพุทธประวัติสวยงามมาก ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์ล้ำค่าอีกที่หนึ่งของชาวอำเภอดอยเต่า

ดร.วิทยา พัฒนาเมธาดา ผู้อำนวยการโรงเรียนดอยเต่าวิทยาคม ได้ศึกษาประวัติของวัดพระพุทธบาทตะเมาะ จึงขอเล่าเรื่อง พระเจดีย์สามชัย หรือเจดีย์สามครูบา ของวัดพระพุทธบาทตะเมาะเพื่อเชิญทุกท่านไปร่วมทำบุญโดยได้ขยายความมาจากมาเล่าสู่กันฟังโดย พระมหานพดล สิริวัฑฒโน เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทตะเมาะ กล่าวว่า เจดีย์หินสามครูบา อาตมาเป็นผู้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ แด่พระผู้ใหญ่ที่ผู้คนเคารพนับถือโดยเริ่มสร้างเมื่อวันที 12 มิถุนายน พ.ศ. 2531 ใช้เวลาก่อสร้างเกือบ 31 ปี เจดีย์ใหญ่องค์กลางเป็นอนุสรณ์แด่ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 3 พระองค์ พระใหญ่ยืน หินใต้น้ำ พระหยก หยก และพระทองเหลือง เจดีย์องค์ขวาเป็นอนุสรณ์แด่ครูบาอภิชัยขาวปี ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 3 พระองค์ พระอุ้มบาตร พระปางสมาธิ พระหยก และพระทองเหลือง เจดีย์องค์ซ้ายเป็นอนุสรณ์แด่ครูบาวงศ์ ( ชัยยะวงศ์ษาพัฒนา ) ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 3 พระองค์ พระปางประทานพร พระปางสมาธิ พระหยก และพระทองเหลือง ผู้ออกแบบพระธาตุเจดีย์สามครูบา คือ หลวงพ่อครูบาวงศ์ อาจารย์สมชาย เถาทอง และ นายชุมพร ชวนานนท์ ผู้ควบคุมการก่อสร้างคือ นายจำรัส อาชญา ภาพฝาผนังเขียนโดยนายกฤณะ ชวนคุณากร เชียงใหม่ และจะมีการทำบุญสมโภช (งานปอยหลวง ) ฉลองพระเจดีย์สามชัย หรือเจดีย์สามครูบา วันที่ 7-8 กุมภาพันธุ์ 2562 ในวันที่ 8 ก.พ. 62 เวลา 09.09 น. เริ่มพิธี มีพระพรหมมงคล (หลวงปู่ทองสิริม.โล ) มาเป็น ประธานฝ่ายสงฆ์และมีพลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรีมาเป็นประทานฝ่ายฆราวาส


ประวัติวัดพระพุทธบาทตะเมาะวัดพระพุทธบาทตะเมาะ ในอดีตกาลมีพระพุทธเจ้า 4พระองค์แห่งกัปนี้ ได้แก่พระพุทธเจ้ากกุสันโธ พระพุทธเจ้าโกนาคมนาคม พระพุทธเจ้ากัสปะ พระพุทธเจ้าสมณโคดมได้เสด็จมาโปรดเวไนยสัตว์ และประทับรอยพระพุทธบาทไว้และมีพุทธสาวกหลายองค์มาปฏิบัติธรรมและบรรลุธรรมที่นี่ หลักฐานมีรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์, แท่นหินที่พระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ประทับไสยาสน์, รอยพระบาทของพระสาวกซึ่งเป็นพุทธอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้ากุสันโท,รอยพระบาทของพระฤๅษีที่สำเร็จเป็นพระอรหันต์ฯลฯ ที่นี่เป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระฤาษี 2 องค์ซึ่งต่อมาได้บวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา และปฏิบัติธรรมจนบรรลุเป็นพระอรหันต์ ทั้งสององค์และได้นิพพานอยู่บนแท่นหินภายในบริเวณวัดพระพุทธบาทตะเมาะ โดยพระสรีระของท่านทั้งสองยังไม่ได้ประชุมเพลิงพระอินทร์จึงได้อัญเชิญพระสรีระขององค์หนึ่งไปไว้บนยอดเขาตะเมาะส่วนอีกองค์หนึ่งไว้ที่ยอดเขาดอยเกิ้งเพื่อรอพระศรีอริยะเมตไตรยมาประชุมเพลิงด้วยพระองค์เองซึ่งบารมีของท่านทั้งสองยังคุ้มครองสถานที่แห่งนี้ให้ผู้มุ่งหวังปฏิบัติธรรมได้รับความสงบสุข

วัดพระพุทธบาทตะเมาะเป็นวัดที่มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในสมัยที่ครูบาอภิชัยขาวปีจำพรรษาอยู่ที่นี่ มีศรัทธาญาติโยมทั้งชาวไทยและชาวเขากระเหรี่ยงมาร่วมกันทำบุญเป็นจำนวนมากมีการก่อวิหาร ที่พักของพระสงฆ์ และเสนาสนะอื่นๆภายในวัด ปี พ.ศ. 2500ครูบาอภิชัยขาวปีไปจำพรรษาอยู่ที่วัดอื่นวัดพระพุทธบาทตะเมาะก็ค่อยๆเสื่อมโทรมลงจนกลายเป็นวัดร้างในที่สุด

เดือนตุลาคม พ.ศ.2525พระอาจารย์นพดล สิริวฑฺฒโน ได้ย้ายจากวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม มาจำพรรษาที่วัดพระพุทธบาทตะเมาะซึ่งในช่วงแรกท่านได้สร้างเสนาสนะเท่าที่จำเป็นเมื่อถึงปี พ.ศ. 2531จึงสร้างพระเจดีย์สามครูบาขึ้นมา เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ครูบาศรีวิชัย, ครูบาอภิชัยขาวปี และครูบาชัยยะวงศาพัฒนา

ปัจจุบันวัดพระพุทธบาทตะเมาะ เป็นวัดในป่าเบญจพรรณ มีหินทรายรูปทรงและขนาดต่าง ๆ เต็มป่าบริเวณวัด บางก้อนมีลักษณะคล้ายดอกบัวบาน บางก้อนเป็นลานเรียบเหมาะที่จะนั่งวิปัสนากัมฐาน ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลโปงทุ่ง อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ที่ดินตั้งวัด 25 ไร่ ประกาศตั้งวัดเมื่อ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2470 ครูบาอภิชัยขาวปีเป็นผู้สร้างวัดพระพุทธบาทตะเมาะประมาณปี พ.ศ. 2467